ทำไม The Time Machine จึงเหมาะกับผู้เรียนระดับกลาง
H. G. Wells ตีพิมพ์ <a href="/books/the-time-machine">The Time Machine</a> ในปี 1895 แต่แก่นของเรื่องเข้าใจได้ทันที นักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งสร้างเครื่องจักรขึ้นมา เดินทางสู่อนาคตอันไกลโพ้น และพบกับโลกที่เขาไม่เคยจินตนาการถึง แนวคิดที่หนักแน่นและเรียบง่ายนี้ทำให้คุณรู้เสมอว่าเรื่องราวกำลังพูดถึงอะไร แม้ในตอนที่ภาษาจะยากขึ้นก็ตาม
ด้วยความยาวประมาณ 90 หน้า <a href="/books/the-time-machine">The Time Machine</a> เป็นหนึ่งในนิยายคลาสสิกที่สั้นที่สุดที่คุณจะอ่านได้ บทส่วนใหญ่สั้นและจบลงที่ช่วงเวลาแห่งการค้นพบหรืออันตราย จึงอ่านทีละตอนได้ง่ายโดยไม่เสียจังหวะ สิ่งนี้ทำให้มันเป็นเป้าหมายที่ทำได้จริงสำหรับผู้เรียนระดับ B1 หรือ B2 ไม่ใช่แค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ
คำศัพท์ที่ให้รางวัลคุณไปเรื่อย ๆ ขณะอ่าน
เรื่องราวแนววิทยาศาสตร์มักทวนคำศัพท์สำคัญซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติ คำอย่าง <em>machine</em> <em>future</em> <em>creature</em> <em>darkness</em> <em>ruins</em> และ <em>civilisation</em> ปรากฏซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดทั้งเรื่อง ทุกครั้งที่คุณเจอคำเหล่านี้ในฉากใหม่ ความเข้าใจของคุณก็ลึกซึ้งขึ้นโดยไม่ต้องออกแรงเพิ่ม งานวิจัยเกี่ยวกับการเรียนคำศัพท์ยืนยันว่าการทวนซ้ำแบบเว้นระยะและอยู่ในบริบทเช่นนี้เป็นหนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดในการทำให้คำฝังแน่น อ่านเพิ่มเติมได้ที่หน้า <a href="/the-science">the science</a>
การบรรยายชัดเจนและตรงไปตรงมา Wells เขียนผ่านน้ำเสียงของชายผู้ช่างสงสัยและช่างสังเกตที่บรรยายสิ่งที่เขาเห็น ซึ่งใกล้เคียงกับภาษาอังกฤษที่ผู้เรียนฝึกในห้องเรียน ภาษาเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการประดิษฐ์ ("I drew a breath, set my teeth, gripped the starting lever with both hands") นั้นเห็นภาพและจับต้องได้ ไม่ใช่นามธรรม
ข้อสังเกตตามตรงเรื่องสำนวนยุควิกตอเรีย
ประโยคบางประโยคใน <a href="/books/the-time-machine">The Time Machine</a> มีจังหวะแบบยุควิกตอเรียที่รู้สึกเป็นทางการเล็กน้อยในปัจจุบัน ทั้งโครงสร้างที่ยาวกว่าและคำบางคำที่เลือนหายไปจากการใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งนี้ควรรู้ไว้ก่อนเริ่มอ่าน ไม่ใช่เพื่อทำให้คุณท้อ แต่เพื่อให้คุณไม่ประหลาดใจ
สองสิ่งที่ช่วยได้มาก อย่างแรก จังหวะและความอยากรู้อยากเห็นของเรื่องพาคุณไปข้างหน้า Wells ไม่เคยอ้อยอิ่งอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งนาน อย่างที่สอง ฟีเจอร์ อ่านตามไปพร้อมเสียง บน The Reading Corner ทำให้คุณติดตามข้อความที่ไฮไลต์ขณะฟังการบรรยายเต็มได้ การได้ยินประโยคถูกอ่านออกเสียงช่วยสลายความแปลกหูส่วนใหญ่ได้อย่างรวดเร็ว
แตะคำที่ไม่คุ้นเคยขณะอ่านแล้วรับคำนิยามทันทีที่เขียนให้เหมาะกับระดับ CEFR ของคุณ ไม่ต้องใช้แอปพจนานุกรม ไม่ขัดจังหวะเรื่องราว
สามเคล็ดลับเพื่อใช้ประโยชน์จากหนังสือเล่มนี้ให้คุ้มที่สุด
- ตั้งค่าระดับของคุณก่อนเริ่ม เข้าไปที่ /levels/b1 หรือ /levels/b2 แล้วเลือกระดับที่ตรงกับคุณ สิ่งนี้ควบคุมวิธีเขียนคำนิยามเมื่อคุณแตะคำ
- ใช้การอ่านตามไปพร้อมเสียงในบทแรก ปล่อยให้การบรรยายนำพาความเร็วในการอ่านของคุณและแสดงให้เห็นว่าประโยคออกเสียงอย่างไร หลังจากนั้นคุณสลับระหว่างการฟังและการอ่านเงียบ ๆ ได้ตามชอบ
- อย่าหยุดที่ทุกคำที่ไม่รู้ แตะเฉพาะคำที่ขวางความเข้าใจของคุณ และปล่อยให้คำที่เหลือพาคุณไปข้างหน้า แรงส่งของเรื่องเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนรู้
ใครควรอ่านหนังสือเล่มนี้
ผู้เรียนระดับ B1 ที่ชอบจินตนาการและไอเดียจะพบว่า <a href="/books/the-time-machine">The Time Machine</a> ท้าทายแต่ทำได้ โดยเฉพาะเมื่อมีเครื่องมือแตะเพื่อดูคำนิยามอยู่ในมือ ผู้เรียนระดับ B2 อ่านได้ลื่นไหลกว่าและสามารถโฟกัสกับประเด็นทางสังคมที่ Wells สอดแทรกไว้ในการผจญภัย อนาคตที่เขาจินตนาการบอกเล่ามากมายเกี่ยวกับสังคมที่เขากำลังวิพากษ์วิจารณ์
ถ้าคุณชอบหนังสือเล่มนี้ <a href="/books/the-war-of-the-worlds">The War of the Worlds</a> ซึ่งเขียนโดย Wells เช่นกัน เป็นก้าวต่อไปที่เป็นธรรมชาติ ภาษาคล้ายกัน ความตึงเครียดสูงกว่า และคำศัพท์ทับซ้อนกันมากพอที่คุณจะรู้สึกถึงประโยชน์ของการได้อ่าน <a href="/books/the-time-machine">The Time Machine</a> มาก่อน ทั้งสองเล่มอ่านฟรีใน ห้องสมุด
ทุกอย่างบน The Reading Corner ฟรี ไม่ต้องสมัครบัญชี ไม่ต้องบอกรับสมาชิก เปิดหนังสือ เลือกระดับของคุณ แล้วเริ่มอ่านได้วันนี้ที่ readingcorner.uk